ความไม่แน่ของตลาดส่งผลอย่างไรกับไทย

Screen-Shot-2557-03-20-at-12.28.37 ในทุกวันนี้เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2553 โดยมีตลาดเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงมากจริงๆ การลงทุนมีการเสี่ยงมากๆสำหรับนักลงทุนในหลายๆประเทศ เศรษฐกิจไม่ค่อยดีอย่างที่คาดไว้ ธุรกิจจำนวนมากล้มละลายและยังมีธุรกิจน้อยๆกำลังจะขาดทุน ถือว่าเป็นวิกฤตการมากๆในรอบ 100 ปีเลยก็ว่าได้ จนได้เข้าถึงปีพุทธศักราช 2555 ซึ่งเป็นปีแห่งความมั่งคั่ง  นั้นก็คือปีมะโรง หรือคนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันว่ามังกรทอง มีความเชื่อว่าปีมังกรทองนั้นจะนำความร่ำรวยมาสู่ประเทศไทยของเราแน่ๆและเศรษฐกิจของโลกก็ต้องชะลอตัวลงอย่างแน่นอนเพียงไม่นานหลังจากการเริ่มต้นพุทธศักราช 2555 เพียงแค่เวลาแค่ 3 สัปดาห์ กลายเป็นว่าในปีพุทธศักราช 2555 หรือปีมังกรนี้ มีความชุลมุนมากๆ และจะตลาดหุ้นโลกจะต้องปั่นป่วน อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมากก่อน และมีความเสี่ยงกับนักลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก รองนายยกพบนักวิเคราะห์เจาะไปถึงกองทุนฟื้นฟู ได้มีนัดกับนักวิเคราะห์รายใหญ่ๆหลายๆท่านและผู้จัดการกองทุนด้วยกัน ซึ่งการประชุมได้กินเวลามากกว่า 2 ชั่วโมงและได้มีข้อสรุปในการประชุมหาเรื่องถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้ ตลอดสัปดาห์จึงได้มีข่าวต่างๆนาๆจากผู้ลงทุน และธุรกิจต่างๆ ธนาคารแห่งชาติ ธนาคารพาณิชย์ กระทรวงการคลังและฝ่ายวิเคราะห์ ในทางที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เหตุการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีดัชนีที่สูงก็คือ มีอุทกภัยน้ำท่วมเมืองปีพุทธศักราช 2554 หนักเอาเรื่องเลยทีเดียว จึงทำให้นักลงทุนไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้และเมื่อเศรษฐกิจได้เริ่มคืนกลับนะจุดเดิมแล้ว ทางสหรัฐได้เตือนเกี่ยวกับเรื่องผู้ก่อการร้ายในไทยเป็นเป้าของต่างชาติ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะไปลงทุนไปหลายวันแต่เรื่องเงียบไปและได้การฟื้นฟูตลาดหุ้นของไทยต่อไป จนกระทั้ง ชอบมีชาวบ้านชุมนุมและเกษตรกรที่ไม่พอใจกับราคาพืชผลการเกษตรจึงได้ปิดถนนประท้วงกันและยังมีเรื่องขอขึ้นราคาก๊าซอีกจึงทำให้เศรษฐกิจไทยกู้มาได้ยากยิ่งขึ้น