- ข่าว/บทวิเคราะห์

กองทุนที่คนไทยติดดอยหนักมาก น้ำมัน และ ทองคำ ทำอย่างไรได้บ้าง

ในการจัดการภาวะติดดอย ต้องเริ่มตั้งแต่ลื้อพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนเสียใหม่ เราควรเลือกลงทุนในสิ่งที่รู้ ไม่ใช่การเสี่ยงดวงเข้าไปแบบมั่ว ๆ จนติดดอยในที่สุด ต้องรู้จักเทรนในการขึ้นลงของราคา ต้องไม่ตกใจกับการขึ้นราคา หรือ การลงของราคา สิ่งที่สำคัญสุดคือการมีสมาธิในการติดตามความเคลื่อนไหว และความเป็นได้ของ ถ้าจะถามว่าจะแก้ติดดอยยังไง บอกเลยว่าแก้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่คิดต้องตัดสินใจใน ณ เวลานั้น ว่าจะตัดมันทิ้ง หรือจะถือไว้จนกว่ามันจะขึ้น ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะขึ้นเมื่อไหร่หรอก

แต่ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าจะติดอยู่บนดอยละก็ ตัดสินใจให้เด็ดขาด และทำการ cut loss ลงมาซะก่อนที่จะเสียหายหนัก โดยอาจจะใช้วิธี SAP ซึ่งเป็นการรอ cut loss แล้วรอช้อนซื้อหุ้นใหม่อีกครั้งในราคาที่ต่ำกว่าที่ขายไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ ถ้าหากคุณสามารถเปิดอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ และดีกราฟเป็น ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ปัญหาการติดดอยน้ำมันเกิดจากการที่คนไทยคิดว่าราคาน้ำมันจะขึ้นกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม ถ้าดูจากสมัยก่อนน้ำมันไม่ได้แพงขนาดนั้น อยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเอง และมันเพิ่งจะมาแพงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งราคามันพุ่งไปถึง 100 ดอลลาร์ หลายๆ คนก็มองเห็นว่ามันน่าลงทุน แต่พอราคาน้ำมันปรับตัวลงไปอยู่ที่ๆ มันควรอยู่ ก็ทำให้คนติดดอยกันเป็นแถบๆ

ซึ่งตอนนี้ยังมีหลายปัญหาที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับความผันผวนของราคาน้ำมัน อันดับแรกคือการสร้างขยายของแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐอเมริกาที่มีจำนานมากขึ้น  ซึ่งในสามปีนี้รวมกันปาเข้าไป 804 แท่นแล้ว รวมไปถึงแรงตึงเครียดของสองประเทศ ระหว่าง ซาอุดิ อาระเบีย กับอิหร่าน ที่ไปทำลายท่อขุดส่งน้ำมันในบาห์เรน และการโจมตีสนามบินนานาชาติของกลุ่มกบฏฮูติเยเมน ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ลง แบบคาดเดาไม่ได้ อยู่ทีราวๆ 64 – 69 ต่อบาร์เรล

จากการคำนวณของหลายผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน คาดการณ์ไว้ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่ช้า ถึงแม้ว่าจะมีข่าวการเทขายของนักลงทุนในเร็วๆ นี้ก็ตาม ดังนั้นชาวดอยถ้าเป็นไปได้ก็รออีกซักหน่อย คาดว่าอีกไม่นานเหตุการณ์น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ และถ้าหากลงมาจากดอยได้แล้ว ก็อย่าไปติดดอยซ้ำสองอีก การลงทุนควรลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงทุนในแบบเดียว จึงจะปลอดภัย