แหล่งรวมตัวเลขที่เยอะที่สุดในประเทศ

Talardluksub

ตลาดหลักทรัพย์ฯเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2504-2509 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ต่อมาปี เกิดขึ้นอย่างจริงจังโดยเน้นการเป็นเหล่งระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศยุคแรกนั้นเริ่มจาก “ตลาดหุ้นกรุงเทพ”(Bangkok Stock Exchange) เป็นการดำเนินงานของภาคเอกชนเมื่อปี พ.ศ. 2505 มีหุ้นธรรมดาและหุ้นกู้ โดยหุ้นกู้มีมูลค่าการซื้อขายที่เยอะกว่าหุ้นธรรมดาปี พ.ศ. 2515 หุ้นกู้มีการซื้อขายอยู่ที่ 87 ล้านบาทส่วนหุ้นธรรมดาอยู่ที่ 26 ล้านบาท ถึงแม้จะไม่ประสบผลสำเร็จแต่ พ.ศ. 2510-2514 ก็มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 จัดตั้งตลาดทุนดังกล่าวอีกครั้งจนครั้งสุดท้ายที่ปี พ.ศ. 2534 เป็นการเปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการอีกโดยมีชื่อว่าภาษาอังกฤษว่า “The Stock Exchange of Thailand” (SET) จนถึงปัจจุบันนี้

พ.ศ. 2535 มีข้อกำหนดให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีหน้าที่กำหนดนโยบายและควบคุมการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แท้จริงแล้วตลาดหลักทรัพย์ทำหน้าที่เป็นแค่ตัวกลางสำหรับการซื้อขายให้กับนักลงทุนซื้อการซื้อขายนั้นสามารถตรวจสอบได้เพราะมีคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ดูแลอีกทีหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆจากเดิมที่ก่อนหน้านั้นไม่มีคนกำกับดูและทำให้เกิดการปั่นหุ้นหรืออื่นๆ การดำเนินงานเป็นการจัดตั้งในนามของนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 เน้นส่งเสริมการระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทำหน้าที่รับหลักทรัพย์จดทะเบียนและดูแลการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนดูแลบริษัทสมาชิกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์และเริ่มเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518 สมาชิกภาพองค์กรระหว่างประเทศมี 3 องค์กรคือ

สหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์ภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนีย (Asian and Oceanian Stock Exchanges Federation – AOSEF) ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าเป็นสมาชิกในปีพ.ศ. 2525

องค์กรคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ (International Organization of Securities Commissions -IOSCO) ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าเป็นสมาชิกประเภท full member ในปีพ.ศ. 2533 และเปลี่ยนเป็น affiliate member ในปีพ.ศ. 2535 เนื่องจากมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

สหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ (The World Federation of Exchanges – WFE)
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าเป็นสมาชิกในปี 2533

2/4/2015

ก่อนจะเป็นมือเก๋าเริ่มจากมือใหม่ที่ดี

Shere for money

ก่อนจะเล่นหุ้นควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อนหุ้น (Stock) ก็คือตราสารทุนที่บริษัทนั้นออกและเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป เพื่อระดมทุนนำเงินที่ได้ไปลงทุนในกิจการของบริษัทนั้นได้เงินเร็วกว่าแต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกันเมื่อเทียบกับ พันธบัตร หรือหุ้นกู้เพราะพวกนี้จะมีระยะเวลากำหนดไว้อย่างแน่นอนว่าเมื่อไหร่ถึงจะครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้บางท่านจึงหันมาลงทุนด้านนี่แทนเป็นจำนวนมาก

ขั้นตอนมีไม่มากเปิดบัญชีหุ้นต่างกับบัญชีธนาคารทั่วไปต้องเปิดกับ Broker จากนั้นก็เลือกว่าต้องการบัญชีประเภทให้ มีบัญชีเงินสด บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินกู้ยืม สำหรับมือใหม่ก่อนเก๋านั้นแบบ 2จะดีกว่าคือฝากเงินเข้าไปแค่ไหนก็ใช้ได้แค่นั้น แบบ 3จะเป็นกู้ยืมถ้าลงทุนผิดไปถึงขั้นเป็นหนี้ถ้าเล่นเยอะอาจจะล้มละลายได้เลยทีเดียว เมื่อเลือกเสร็จแล้วก็มาดูที่โปรแกรมเล่นหุ้นส่วนใหญ่ตอนนี้จะเป็นโปรแกรม Streaming Pro สำหรับเล่นหุ้นก็จะมีคำศัพท์เฉพาะที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมกันไปโดยโปรแกรมนั้นก็แสดงตารางหุ้นคล้ายกับเราไปนั่งดูที่ตลาดหลักทรัพย์เองเลย ทำการสั่งซื้อหรือขายได้จากหน้าจอ จากนั้นก็โอนเงินเข้าไปในกรณีถ้าเราเลือกแบบที่ 2โดยโอนเข้าบัญชีของโบรกเกอร์ที่เราทำการสมัครไว้แล้วและแจ้งให้โบรกเกอร์รู้ว่าเราได้โอนเงินเข้าไปแล้วเป็นเงินเท่าไหร่เมื่อจำนวนตรงก็มาเริ่มซื้อขายกันได้เลยขั้นต่ำก็ซื้อกันทีละ 100 หุ้นถ้าทุนน้อยอยู่ก็เลือกลงทุนที่ราคาถูกไปก่อนเมื่อเริ่มเก่งเก๋าขึ้นค่อยปรับไปเล่นหุ้นที่มีราคาสูงขึ้นก็ไม่มีใครว่าได้

ในโปรแกรมจะมีส่วนของ Cash บอกไว้นั้นคือมูลค่าเงินสดที่อยู่ในบัญชีของเราเงินสดนี้จะแทบจะเป็นส่วนเดียวที่ไม่ได้อัพเดทแบบเรียลไทม์กระบวนการซื้อขายหุ้นนั้นปกติแล้วจะใช้เวลา 3 วันหลักการซื้อขายนั้นจะเป็นยอดที่แท้จริง

เงินไม่เข้าใครออกใครไม่ว่ายังไงก็ต้องระวังเป็นเหยื่อ

share jer

ปั่นหุ้นคือการจงใจทำให้หุ้นนั้นๆจากราคาที่ต่ำมากไปสู่ราคาที่ขึ้นจนทำให้นักลงทุนคนอื่นๆสนใจที่จะมาซื้อหุ้นร่วมด้วยเมื่อราคานั้นพุ่งไปสูงจนเป็นที่พอใจแล้วก็จะจัดการขายหุ้นนั้นลงทำให้ราคาหุ้นดิ่งลงจนผู้ลงทุนคนๆขาดทุนกันเป็นแถวๆ ปกติแล้วนั้นการลงหุ้นบางทีจะเริ่มจาก 5 บาทเมื่อคนอื่นมาซื้อต่อจากเราไปจนแต่ละขั้นที่กำหนดไว้ก็จะทำให้ราคาหุ้นนั้นค่อยปรับตัวขึ้นไปคือซื้อก่อนได้ราคาถูกซื้อทีหลังราคาแพง

ตัวอย่างเช่น คนซื้อคนแรก 5บาทต่อหุ้นได้ลงทุนซื้อไป 200หุ้นเท่ากับเป็นเงิน 1,000บาทและถ้ามีคนมาต่อไปอีกคนหลังๆจะไม่ได้ซื้อที่หุ้นละ 5บาทอีกต่อไปอาจจะเป็น 10บาทตามแต่ว่ามาซื้อตอนที่ราคานั้นหยุดอยู่ที่เท่าไหร่คนที่มาหลังก็จะเป็นราคาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนเมื่อคนที่มาปั่นหุ้นได้ราคาที่พอใจแล้วก็จะทำการถอนหุ้นนั้นออกเช่นตอนแรกซื้อมาหุ้นลุ 5บาทตอนนี้หยุดอยู่ที่หุ้นละ 200บาทเท่ากับว่ากำไรที่คนปั่นหุ้นนั้นได้คือ 195บาทต่อหุ้นซื้อมา 200หุ้นถ้าขายครั้งเดียวหมดในราคานี้ก็จะได้เงิน 40,000บาทลงทุนแค่เพียง 1,000บาทต่างกับคนที่มาซื้อหุ้นทีหลังที่อาจจะลงทุนหุ้นละ 150บาทแต่เมื่อคนปั่นหุ้นถอนไปแล้วราคาต่อหุ้นเวลานั้นอาจจะลงมาอยู่ที่หุ้นละ 100บาทซึ้งทำให้ขาดทุน 50บาทต่อหุ้น แล้วถ้าทุนคนกลัวที่จะขาดทุนทำให้ถอนหุ้นกันหมดราคาก็จะลงไปอยู่ที่ราคาเริ่มต้นใครขายเร็วหน่อยก็ขาดทุนหรืออาจจะได้กำไรนิดหน่อยกรณีที่ซื้อมาถูกส่วนคนที่ซื้อแพงขาดทุนย่อยยับแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการเคลื่อนไหวของหุ้นนั้นเป็นการปั่นหุ้นเสมอไปต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง ตามไปด้วยแต่ยังไงแล้วไม่ประมาทกันจะดีกว่า

แค่ตัวเลขก็มีผลมากมายธุรกิจ

gregreg5498

เป็นการลงทุนที่เป็นแค่ตัวเลขนั้นคือ”หุ้น”นั้นเองเพราะส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจก็ดูจากตรงนี้เช่นกัน หุ้นคือหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทโดยหุ้นเป็นการนำเงินไปลงทุนที่บริษัทนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาโดยที่บริษัทนั้นไม่ต้องไปกู้เงินจากธนาคารก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่เงินที่ได้นั้นจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เหมือนการกู้ธนาคารที่ได้เงินทีเดียวเป็นก้อนอาศัยเงินจากการที่เราขายส่วนแบ่งของกิจการให้ผู้อื่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยผู้ที่เข้ามาซื้อนั้นจะได้กำไรจากที่ราคาของหุ้นนั้นสูงขึ้นจากเดิมที่เราซื้อไว้ตอนแรกและเงินปันผลของกิจการนั้นๆที่จะแบ่งให้

การซื้อหุ้นนั้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงเนื่องจากผลกระทบหลายๆอย่างที่เข้ามาทำให้เราอาจได้กำไรหรือขาดทุนเพียงข้ามคืนหรือไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ผลหลักที่ทำให้ขาดทุนคืออาจจะมีการปั่นหุ้นหรือกิจการไม่น่าเชื่อถือและอยู่ไม่รอดจนต้องปิดไป หุ้นนี้เป็นการลงทุนที่เปิดกว้างไม่ว่าจะคนชาติไหนก็สามารถที่จะมาลงทุนร่วมได้โดยมีการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นสำหรับชาวต่างชาติจะมีกฎว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่เพื่อไม่ให้ชาวต่างชาติซื้อหุ้นในจำนวนที่มากจนถือครองกรรมสิทธิ์และเป็นเจ้าของได้ ผู้ซื้อหุ้นส่วนใหญ่จะซื้อผ่านบริษัทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ (Broker) เพราะนักลงทุนนั้นจะได้ผลประโยชน์จากการบริการของ Broker โดยตลาดหลักทรัพย์มีสิทธิที่จะลงโทษได้ Broker เมื่อไม่ทำตามข้อบังคับ Broker จะต้องทำการของอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ถึงจะตั้งบริษัทได้ โดยหุ้นจะมี 2 ประเภทคือ ภายในประเทศและนอกประเทศถ้าจะลงทุนแบบไหนควรศึกษาให้ดีก่อนทุกครั้งไปและขั้นตอนการเล่นหุ้นอย่างละเอียดคงไม่มีใครที่อยากขาดทุนหมดตัวแน่นอน