รวยหรือจนก็ต้องรู้จักคิดให้รอบคอบ

moneyสวัสดีครับทุกคนครับ ชีวิตของทุกคนในปัจจุบันนี้ก็ต้องอาศัยเงินเปรียบเสมือนเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้วล่ะครับทุกท่าน เพราะตั้งแต่เราเกิดมาเมื่อโตขึ้นก็ต้องเข้าโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆและให้เราตั้งใจเรียนกันเมื่อจบออกมาแล้วก็ต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงชีวิตเราต่อไปแถมยังต้องมีครอบครัวอีกต่อไปด้วย มีลูกมีภรรยา และรายได้ที่ได้จากการทำงานอาจจะไม่เพียงพอใช้จ่ายอีกด้วย เพราะสังคมในปัจจุบันนี้มันไม่ค่อยจะลงตัวครับ เศรษฐกิจก็แย่ลงทุกวัน ประชากรก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆในแต่ล่ะ บางคนก็อาจจะคิดหาธุรกิจส่วนตัวเข้ามาประกอบเพื่อหาช่องทางของสังคมในการทำธุรกิจ วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำนะครับ เห็นเพื่อนๆผมรวยกันมาก็หลายสิบคนล่ะครับ แต่ก็ต้องใช้ประสบการอย่างสูงในการหาตังมาได้ จนถึงขั้นรวยล้นฟ้าอย่างมหาเศรษฐีเลยล่ะครับ ทุกๆท่านคงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมว่าเพื่อนทั้งสิบคนที่กล่าวไปข้างต้นนั้นทำอะไรกัน นั้นก็คือการเล่นหุ้นครับ เปรียบเสมือนการพนันอย่างหนึ่ง ถ้าไม่รู้จักพอคุณก็หมดนะครับ แต่มันจะองค์ประกอบและปัจจัยอยู่หลายอย่างในการลงทุนเล่นหุ้นนะครับ ไม่ใช่ว่าเรามีแค่ตังเท่านั้นแต่ต้องใช้ทักษะประสบการและความรู้ เพราะตลาดหุ้นไม่ได้เล่นง่ายอย่างที่คุณคิดนะครับ ไม่งั้นเขาก็เล่นกันทั่วบ้านเมืองล่ะครับ ปัจจุบันตลาดหุ้นโลกมีความเสี่ยงในการลงทุนมากๆและมีความไม่แน่นอน การลงทุนที่ความเสี่ยงสูงที่สุด จะต้อง คิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญญาต่างๆ และถ้ามีเรื่องข่าวร้ายๆจากทั่วทั้งโลก ก็สามารถส่งผลกระทบกลับตลาดหุ้นโดยตรง เมื่อปีพุทธศักราช 2554 มีอุทกภัยในประเทศไทยและส่งผลร้ายต่อตลาดหุ้นของประเทศไทยทำให้หุ้นตกไปเยอะมากถึง 1600 จุด จึงอยากจะเตือนคนที่เล่นหุ้นว่ามันมีความเสี่ยงในทุกๆวันและอาจขาดทุนหรือล้มละลายได้ตลาดเวลา

ความไม่แน่ของตลาดส่งผลอย่างไรกับไทย

Screen-Shot-2557-03-20-at-12.28.37 ในทุกวันนี้เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2553 โดยมีตลาดเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงมากจริงๆ การลงทุนมีการเสี่ยงมากๆสำหรับนักลงทุนในหลายๆประเทศ เศรษฐกิจไม่ค่อยดีอย่างที่คาดไว้ ธุรกิจจำนวนมากล้มละลายและยังมีธุรกิจน้อยๆกำลังจะขาดทุน ถือว่าเป็นวิกฤตการมากๆในรอบ 100 ปีเลยก็ว่าได้ จนได้เข้าถึงปีพุทธศักราช 2555 ซึ่งเป็นปีแห่งความมั่งคั่ง  นั้นก็คือปีมะโรง หรือคนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันว่ามังกรทอง มีความเชื่อว่าปีมังกรทองนั้นจะนำความร่ำรวยมาสู่ประเทศไทยของเราแน่ๆและเศรษฐกิจของโลกก็ต้องชะลอตัวลงอย่างแน่นอนเพียงไม่นานหลังจากการเริ่มต้นพุทธศักราช 2555 เพียงแค่เวลาแค่ 3 สัปดาห์ กลายเป็นว่าในปีพุทธศักราช 2555 หรือปีมังกรนี้ มีความชุลมุนมากๆ และจะตลาดหุ้นโลกจะต้องปั่นป่วน อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมากก่อน และมีความเสี่ยงกับนักลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก รองนายยกพบนักวิเคราะห์เจาะไปถึงกองทุนฟื้นฟู ได้มีนัดกับนักวิเคราะห์รายใหญ่ๆหลายๆท่านและผู้จัดการกองทุนด้วยกัน ซึ่งการประชุมได้กินเวลามากกว่า 2 ชั่วโมงและได้มีข้อสรุปในการประชุมหาเรื่องถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้ ตลอดสัปดาห์จึงได้มีข่าวต่างๆนาๆจากผู้ลงทุน และธุรกิจต่างๆ ธนาคารแห่งชาติ ธนาคารพาณิชย์ กระทรวงการคลังและฝ่ายวิเคราะห์ ในทางที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เหตุการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีดัชนีที่สูงก็คือ มีอุทกภัยน้ำท่วมเมืองปีพุทธศักราช 2554 หนักเอาเรื่องเลยทีเดียว จึงทำให้นักลงทุนไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้และเมื่อเศรษฐกิจได้เริ่มคืนกลับนะจุดเดิมแล้ว ทางสหรัฐได้เตือนเกี่ยวกับเรื่องผู้ก่อการร้ายในไทยเป็นเป้าของต่างชาติ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะไปลงทุนไปหลายวันแต่เรื่องเงียบไปและได้การฟื้นฟูตลาดหุ้นของไทยต่อไป จนกระทั้ง ชอบมีชาวบ้านชุมนุมและเกษตรกรที่ไม่พอใจกับราคาพืชผลการเกษตรจึงได้ปิดถนนประท้วงกันและยังมีเรื่องขอขึ้นราคาก๊าซอีกจึงทำให้เศรษฐกิจไทยกู้มาได้ยากยิ่งขึ้น

กระแสมาแรงหุ้นป่วนแค่การกู้ยืม

Image.aspx       วันนี้นะครับผมจะมาพูดถึงตลาดหุ่นในช่วงนี้ของประเทศไทยและแถบทวีปเอเชียกันนะครับ มาว่ากันก่อนด้วยเรื่องแรกของผมนั้นก็คือ ตอนนี้ตลาดหุ้นได้มีการแปรผันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีถือว่าหนักจริงๆกับตลาดหุ้นในทุกๆประเทศที่กำลังจะเจริญก้าวหน้าในด้านธุรกิจกลับทรุดตัวลงอย่างไม่รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเป็นเป็นแบบนี้นะครับ การลงทุนต้องมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงพอสมควรครับ การลงทุนในธุรกิจนั้นๆควรต้องคิดดูและไตตรองให้ดีเสียก่อนก่อนที่เราจะทุ่มเงินทุนลงไปครับ ไม่ใช่แค่ว่าหุ้นที่เอเชียเท่านั้นแต่รวมถึงหุ้นในทั่วโลกด้วย อย่างยุโรป อเมริกา หรือแอฟริกา ก็มีความเสียงในการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งมีความไม่แน่นอนเอาซะเลย ที่ผ่านมาหุ้นของประเทศไทยได้ขึ้นไปถึง 1600 จุดอย่างรวดเร็วและหุ้นที่เล็กๆก็ขึ้นตามหนีหุ้นใหญ่ๆไปกันหมด ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการในการเล่นหุ้นในยุคสมัยนี้จริงๆ หุ้นไทยยังได้มีความปรับตัวไว้มากๆใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นหุ้นไทยตกลงมาที่ 1540 จุด ถือว่าเป็นวิกฤตต่อประเทศอย่างสูงมากๆ นักวิเคราะห์บางคนยังให้ความห่วงใยแก่ธุรกิจของโลก และมีความกังวลเป็นอย่างมาก พูดถึงเหตุผลที่ทำให้เศรษฐกิจหุ้นมีความทรุดหนักลงว่า ระดับดัชนีใกล้ 1600 จุด ทำให้ P/E ปัจจุบัน ในงบของปีพุทธศักราช 2555 อยู่ตรงที่ 18.6 เท่า ส่วนในงบของปีพุทธราช 2556 P/E อยู่ที่ 15-16 เท่า ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจจากคนที่จะมาลงทุน แต่จะมีหุ้นที่ราคาสูงมากๆ เหตุที่เกิดขึ้นมานี้ได้เกิดจากการกู้ยืมเงินจากสหภาพยุโรป จำนวน 10000 ล้านยูโร ของประเทศเล็กในแถบยุโรปนั่นก็คือ ประเทศไซปรัส เป็นประเทศที่เล็กมากๆถ้าเทียบกับไทยแล้วก็คงเล็กกว่าเป็น 10 เท่า การกู้เงินของไซปรัสในครั้งนี้ ทำให้สหภาพยุโรปได้ยื่นข้อสัญญาอย่างหนึ่ง ให้เก็บภาษีของบรรดาผู้ฝากเงินเข้าธนาคารในไซปรัส โดยมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีคลังของยูโรโซน ประชาชนชาวไซปรัสต่างก็รู้ข่าวจึงได้พากันถอนเอาเงินออกจากธนาคารให้หมดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของธนาคาร ธนาคารได้ปิดกิจการลงชั่วคราวเพราะไม่มีเงินในธนาคารอีกเลย จนถึงขณะนี้ไซปรัสได้คัดค้านต่อ ข้อมัดติของสหภาพยุโรปต่อไป

7 ประเภทกับความคิดที่จะเล่นหุ้น

pinnicly เพื่อนๆครับวันนี้ผมจะพามารู้จักกับประเภทของหุ่นกันนะครับ ประเภทของหุ้นมีอยู่ด้วยทั้งหมด 7 ประเภทด้วยกันครับ แล้วแต่ความต้องเลือกเล่นหุ้นแบบไหนจะเหมาะกับเพื่อนๆเลยครับ ซึ่งก็อยู่ที่ว่าจำนวนหลักทรัพย์ใครจะเยอะจะน้อยด้วยครับ ถ้าคนที่มีหลักทรัพย์มากๆก็ย่อมได้เปรียบอยู่แล้วครับเพราะไม่ต้องไปคำนึงถึงทุนครับจะมีตัวเลือกให้เลือกเกือบทั้งหมดครับ แล้วแต่เพื่อนๆจะพิจารณาตามความสมควรครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนั้นหุ้นมีอยู่ 7 ประเภทด้วยกันได้แก่ หุ้น Blue Chip เป็นหุ่นที่มีลักษณะ กิจการใหญ่ๆ ฐานะต้องมั่นคง มีความสม่ำเสมอ จ่ายปันผลตรงเวลาอย่างต่อเนื่องครับ หุ้นเข้าค่ายหุ้นประเภท Blue Chip ยกตัวอย่างเช่น ซีพีเอฟ ปูนซิเมนไทย ช้าง คอร์ปอเรชั่น เป็นต้น

มาถึงอีกประเภทหนึ่งนั้นก็คือหุ้นแบบ Growth Stock จะมีลักษณะเด่นก็คือจะมีความได้เปรียบอย่างมากต่อการลงทุนเพราะธุรกิจที่อยู่ในหุ้นประเภทนี้ กำลังจะเติบโตไปเรื่อยๆ เป็นหุ้นที่ถือว่ามีความอยู่ตัวสูง เปลี่ยนมือยาก แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนคือหุ้นแบบไหน ผมมีสังเกตง่ายนะครับดังต่อนี้ จะมีผลกำไรที่มากกว่าเงินปันผล หุ้นที่เข้าค่ายในหุ้นประเภทนี้เช่น ธนาคารกสิกรไทย ซีพีออลล์ เป็นต้น มาถึงหุ้นประเภทที่ 3 นั่นก็คือ Cyclical Stock หรือที่เรียกกันในภาบ้านเราว่า หุ้นที่เป็นวัฏจักร มีลักษณะเป็น ธุรกิจที่ผันผวนไปตามตลาดโลก และมีรูปแบบเหมือนหุ้นประเภท Growth Stock ต่างกันอย่างเดียวก็ตรงที่ว่าหุ้นประเภท Growth Stock ที่เจริญเติบโตไวกว่าหุ้นประเภทนี้เป็นอย่างมาก หุ้นประเภทต่อไปที่กล่าวถึงคือ Value Stock จะมีลักษณะอยู่ในธุรกิจที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องจนถึงจะสามารถมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นอีกในอนาคต หุ้นประเภทต่อไปนั่นก็คือ Income Stock เป็นหุ้นที่มีลักษณะ ผลตอบแทนของปันผลที่สูงมาก หุ้นประเทนี้ต้องจ่ายเงินปันผลเป็นจำนวนที่สูงละระยะยาว 5 ปี หุ้นประเภทต่อไปคือ Defensive Stock เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยขยับไปไหน เศรษฐกิจไม่ค่อยจะมีผลอะไรต่อกิจการ แต่จะมีข้อเสียตรงที่ว่าได้รับประโยชน์น้อยกว่าหุ้นที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ประเภทสุดท้าย หุ้นแบบเก็งกำไร Speculative Stock เป็นหุ้นที่ราคาไม่คงที่ มีการเปลี่ยนบ่อยมากๆ การลงทุนจึงต้องคิดดีก่อนตัดสินใจ

ไม่ต้องไปถึงที่อยู่ที่ไหนก็ซื้อได้

eforl           สมัยก่อนนี้การที่เราจะเล่นหุ้น เราต้องลำบากนั่งรถไปหรือขับรถไปที่ตลอดหุ้น เล่นได้ถึงแค่ 4 โมงเย็นก็ต้องหยุดเล่นแล้ว และคนที่คิดจะเล่นหุ้นในสมัยก่อนก็ต้องมีตังติดกระเป๋าไว้ถึง 5000 บาทเลยครับ ตอนนี้ในสมัยนี้มันเปลี่ยนไปมากจริงๆครับ มีตังแค่ 500 บาทก็สามารถเล่นหุ้นได้แล้ว โดยที่เราไม่จ้องดิ้นรนอะไรมากมายหนัก ไม่ต้องนั่งรถไปและไม่ต้องขับรถไปเจอรถติดอีกต่อไปแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นกับลาออกงานมาเล่นหุ้นเพราะปัจจุบันได้มีองกรหนึ่งในประเทศไทยได้คิดค้นหาวิธีการที่จะตัดการเสียเวลาต่างๆในการเล่นหุ้น โดยมีการจัดทำโบรกเกอร์ผ่านระบบสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต และมีโบรกเกอร์ให้เลือกมากมายมากกว่า100 โบรกเกอร์เลยครับ สำหรับวันนี้ผมจะแนะนำให้ทุกท่านโบรกเกอร์ของ EXness เพราะทุกคนสามารถเล่นหุ่นได้ราคาที่หยิบจับได้นั้นก็คือแค่ 500 บาทเท่านั้นครับ และยังสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ทุกทีครับไม่ว่าจะเป็น โลตัส บิ๊กซี และธนาคารต่างๆได้ทั่วประเทศครับหรือบางคนอาจจะสมัครออนไลน์ไว้ในโทรศัพท์มือสมาร์ทโฟนของท่านหรือบนเครือข่ายอินเตอร์ของท่านบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านที่ใช้เล่นหุ้นได้เลยครับ

วิธีสมัครการเล่นหุ้นของโบรกเกอร์ EXness ไม่ได้ยากมากมายอะไรเลยครับ เพียงแค่คุณเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาตัวไหนก็ได้นะครับแล้วเข้าไปที่ www.exness.com เมื่อเข้าได้แล้วให้ค้นหาการเข้าสมัครครับ คือจะขึ้นคำว่า Open An Account ซึ่งอยู่ทางด้านบนชวาของเว็บไซต์ครับ จากนั้นให้ทำการเลือกชนิดของบัญชีที่คุณต้องการครับ มีให้เลือกด้วยกันอยู่ 3 ตัวครับนั้นก็คือคนที่งบน้อย ให้เลือก Mini และcent อันที่ 3 ไม่ต้องเลือกนะครับนั้นมันสำหรับมืออาชีพครับหรือคนที่มีหลักทรัพย์เยอะๆครับ จากนั้นทำการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วยด้วยภาษาอังกฤษ และรอตอบยืนยันอีเมล์ครับเมื่อได้แล้วก็ไป loginหน้าเว็บครับก็จะสามารถเล่นหุ้นได้ทันทีครับ

ก่อนลงทุนหรือเล่นหุ้นต่างๆ ควรเตรียมตัวให้ดีเสียก่อน

stock            การลงทุนทุกประเภทนั้นล้วนแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านเป็นของตนเอง , การลงทุนผ่านธนาคาร ร่วมไปถึงการเล่นหุ้น ก็นับว่ามีความเสี่ยงมากน้อยไม่แพ้กันเลยสักนิดเดียว ดังนั้นก่อนจะทำการลงทุนควรจะศึกษาการเล่นหุ้นอย่างเชียวชาญเสียก่อน ไปจนถึงประเภทของหุ้น และประเภทของนักลงทุนต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะนอกจากเราจะได้เปรียบเรานักลงทุนคนอื่นๆ แล้ว ยังสามารถรู้ทันตัวเองได้เป็นอย่างดีว่าชอบการลงทุนในรูปแบบใดได้ โดยสิ่งต่างๆ ที่ควรจะต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวก่อนจะลงทุนมีดังต่อไปนี้

1.ควรศึกษาหุ้นที่เราต้องการลงทุน หากเราต้องการจะลงทุนกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เราต้องจำเป็นที่จะศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ที่บริษัทนั้นๆ ระบุเอาไว้ภายในตัวหุ้นให้ดีเสียก่อน เช่น การหาข้อมูลของกิจการที่เป็นคนถือหุ้นตัวนั้นว่าทำอะไรบ้าง หรือศึกษาจุดสำคัญต่างๆ ที่หุ้นตัวนี้เด่นชัดมากที่สุด เพื่อจะได้วิเคราะห์ในอนาคตว่าหุ้นตัวนี้อีกหลายปีจะเดินไปในทิศทางใดได้บ้าง

2.เราถามใจตัวเองว่าชอบอย่างไร เรียกได้ว่ากระบวนการนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างที่สุดแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยให้เรารู้ทิศทางและเป้าหมายของตนเองในการลงทุนได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้เราไม่ต้องลงทุนตามใครหรือนักเลงหุ้นต่างๆ เพราะข้อเสียจากการลงทุนตามผู้อื่นนอกจากจะไม่มีอิสระในการตัดสินใจแล้ว ยังมีส่วนให้มีความหนักใจเมื่อต้องตัดสินใจอะไรบ้าง เช่น การขายหุ้น เป็นต้น

โดยที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นนับว่าเป็นแบบอย่างในการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยม และนักลงทุนมือใหม่ทุกคนควรจะศึกษาเอาไว้ และจำเป็นต้องพยายามคิดตามอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลา ทำให้เหล่านักลงทุนต่างๆ ต้องหมั่นวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นนักเล่นหุ้นอันดับต้นๆ ของโลกนั้นเอง

ก่อนจะเล่นหุ้นต้องรู้จักรูปแบบของการลงทุนเสียก่อน

investment     นักลุงทุนทั้งหลายจะรู้จักกันดีว่ารูปแบบของหุ้นนั้นสามารถลงทุนได้อย่างหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเหล่านักเลงหุ้นที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการวิเคราะห์ในแต่ละรูปแบบของหุ้นได้เป็นอย่าง ซึ่งแน่นอนว่ารูปแบบที่ไม่เหมือนกันในแต่ละประเภทจึงทำให้การวิ่งหรือขึ้นลงของหุ้นจะแตกต่างกันไป ดังนั้นหากใครที่ไม่ทราบถึงแต่ละประเภทของหุ้นก็จะทำให้ไม่กล้าที่จะตัดสินใจลงทุนเอง และทำได้เพียงลงทุนตามบุคคลอื่นๆ เท่านั้น รวมไปถึงอาจจะไม่ทราบถึงรูปแบบในการลงทุนที่ตนชอบและต้องการได้จริงๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้ทันรูปแบบของหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างตลอดเวลาเป็นอย่างดี

โดยก่อนอื่นผู้ที่จะเล่นหุ้นต้องถามตัวเองให้ดีเสียก่อนว่าชอบรูปแบบของการลงทุนในรูปแบบใด เพราะในแต่ละประเภทจะมีทั้ง ถือหุ้นระยะยาว , การเก็งกำไร , การถือหุ้นในระยะสั้นๆ เน้นผลประโยชน์ที่รวดเร็วเป็นต้น ซึ่งในตลาดหลักทรัพย์ส่วนจะสามารถแบ่งประเภทของหุ้นได้มากถึง 7 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน และถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องมีหุ้นประเภทเดียวเท่านั้น โดยบริษัทหนึ่งสามารถมีหลายประเภทได้ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.Blue Chip นับว่าเป็นหุ้นที่เหล่านักลงทุนทั้งหลายชอบเป็นพิเศษ เพราะมันมีความมั่นคงในระดับที่สูง ไม่ต้องคอยกังวลว่าหุ้นจะวิ่งลงอย่างไม่ทันตั้งตัวได้ อีกทั้งยังมีการปันผลอย่างสม่ำเสมอเป็นพิเศษ

2.Cyclical Stock เป็นรูปแบบหุ้นที่น่าท้าทายอย่างมากที่สุด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบความท้าทายและความตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะหุ้นในประเภทนี้จะให้ผลตอบแทนและกำไรที่สูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสขาดทุนได้ทุกเวลา แต่ก็มีการเติบโตของหุ้นที่รวดเร็วและต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

3.Value Stock เป็นประเภทของหุ้นที่น่าลงทุนและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด และนักลงทุนจำนวนมากต่างก็ต้องการอย่างสูง แต่นับว่าหาได้น้อยเหลือเกินในปัจจุบันนี้ โดยรูปแบบ Value stock นั้นมีราคาหุ้นที่ไม่พุ่งแรงเหมือนหุ้นอื่นๆ แต่ก็มีการเติบโตในทุกๆ ปี สามารถถือได้ในระยะยาวเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงเป็นอย่างดี

และนอกจากนี้ยังมีหุ้นอีก 4 ประเภทอย่าง Income Stock , Growth Stock , Defensive Stock และ Speculative Stock ซึ่งทั้ง 4 ประเภทนี้ถือว่ามีความนิยมและเป็นที่นิยมไม่แพ้ 3 ประเภทแรกเลยแม้แต่น้อย หากใครที่กำลังมองหารูปแบบที่ตนเองถนัดก็ลองศึกษาแต่ละประเภทให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะขาดทุนและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้

หากพูดถึงหุ้นต้องพูดถึงเทรดเดอร์

traders              น้อยคนนักที่จะรู้ถึงความหมายและบทบาทที่แท้จริงของเทรดเดอร์ ซึ่งส่วนน้อยจะทราบว่าเทรดเดอร์มีไว้เพื่ออะไรและมีไว้ทำไม นอกจากนี้แล้วหลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำเลยว่าเทรดเดอร์นั้นสามารถทำเงินได้อย่างมากมายไม่แพ้อาชีพอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย ซึ่งหากใครที่มีความรู้และความสามารถในการวิเคราะห์สักหน่อยก็จะทำเงินได้มากมายถึง 6 หลักเป็นอย่างต่ำเลยทีเดียว โดยอาชีพเทรดเดอร์นั้นจะทำเงินจากสังกัดหรือองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่เป็นรายเดือนไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกหัดของแต่ละคนว่าจะมีความพยายามเพียงใดด้วย เพราะในบางรายนั้นเมื่อก้าวสู่ระดับแนวหน้าในวงการอาชีพเทรดเดอร์ก็สามารถขยับตัวเองไปในองค์กรที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้คำแนะนำแก่องค์กรที่ตนเองทำงานให้อยู่ เพื่อเป็นไปตามที่เป้าหมายกำหนดและนำเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

หน้าที่หลักของเทรดเดอร์นั้นจะต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวและการขึ้นลงของราคาหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อความได้เปรียบและการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงไม่ต้องอะไรกับนักลงทุนคนอื่นๆ เลย เพียงแต่ว่าทำเพื่อองค์กรและผู้สนับสนุนตนเองเป็นหลัก ดังนั้นหากใครที่เป็นเทรดเดอร์มือฉมังจะได้ค่าตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน และหากใครที่การวิเคราะห์และมองไปถึงอนาคตที่แม่นยำกว่า ก็จะสามารถทำเงินได้มากกว่าเทรดเดอร์คนอื่นๆ อย่างง่ายดาย ดังนั้นเทรดเดอร์ทั้งหลายย่อมมีแนวทางของตนเองที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงกลยุทธ์ที่เพื่อให้ตนเองสามารถเอาชนะเทรดเดอร์คนอื่นๆ ได้

โดยในความเป็นจริงแล้วเทรดเดอร์ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ย่อมต้องทำการวิเคราะห์หุ้นที่วิ่งอย่างไม่หยุด เพราะการขึ้นลงของหุ้นสามารถบอกอะไรมากมาย รวมไปถึงราคาของหุ้นในแต่ละวันต่างไม่มีเหมือนกัน และไม่ใช่แค่ช่วงเช้าเท่านั้นที่ราคาหุ้นจะสามารถบอกเรื่องราวต่างๆ กับเราได้ ดังนั้นเหล่าเทรดเดอร์ทุกคนต้องเฝ้าอยู่กับหน้าตารางหุ้นตลอดทั้งหมดจนเกือบถึง 5 โมงเย็นเลยก็ว่าได้

การเล่นหุ้นที่ดี คือการเล่นในแนวทางและความคิดของตนเอง

tnews                ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าไม่ได้มีเจตนาหรือต้องการให้เลิกเล่นหุ้นตามเซียนต่างๆ แต่อย่างใด และไม่คิดว่าจะถือหุ้นที่มีราคาดีเพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นผู้อ่านควรจะมาฟังเหตุผลที่ผมต้องการจะสื่อและมองในมุมของผมเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าการเล่นหุ้นตามคนอื่นนั้นอาจจะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่าในการเล่นสวนกระแส โดยเพราะในหมู่มือใหม่ที่ไม่รู้จะควรเริ่มจากอะไรดี เมื่อเห็นเซียนคนอื่นๆ เล่นหุ้นตัวนี้กันจึงเล่นบ้าง ซึ่งในจุดนี้ถือว่าไม่ผิดนัก แต่ต้องถามก่อนว่าที่คุณทำอยู่นั้นถูกแล้วหรือคุณต้องการถือหุ้นในลักษณะแบบนี้จริงๆ หรือเปล่า ? แน่นอนละว่าต้องมีสักครั้งที่ไม่ใช่หรือเป็นดั่งใจที่ต้องการแต่คุณต้องยอมซื้อและขายหุ้นตามเพื่อนหรือเซียนที่คุณตามมาแต่ต้นแน่นอน อีกทั้งหากมองในมุมการลงทุนแล้ว แน่นอนว่าการลงทุนทุกชนิดนั้นย่อมมีความเสี่ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นหากเราพลาดไปสักครั้ง สองครั้งเป็นอะไรละ ?

โดยทั้งนี้ตามที่ได้เกรินไปข้างต้นว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง และความไม่แน่นอนอยู่คลอดเวลา แต่เมื่อเราต้องลงทุนตามคนอื่นนอกจากจะมีความเสี่ยงแล้ว ยังมีความอึดอัดในจิตใจดังเช่น

1.เงินทุนหรือเงินพื้นฐานของแต่ละคนมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่จะตามมาคือผลกระทบเมื่อมีการขาดทุนเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากหากใครนำเงินก้อนสุดท้ายมาเล่น หรือมีเงินทุนที่ไม่สูงมาก หรือเข้าใจง่ายๆ ว่าความเสี่ยงและความเสียหายของแต่ละคนไม่เท่ากันนั้นเอง

2.เมื่อมีจุดเริ่มต้นย่อมมีจุดสิ้นสุด แล้วคุณจะกล้าขายหุ้นตามคนอื่นๆ ที่คุณซื้อตามเขามาหรือเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เช่น หากหุ้นที่คุณถือตอนนั้นมีราคาที่กำลังดีแต่ไม่หวือหวา แต่คนอื่นๆ ที่ต้องการกำไรในระยะสั้นหรือต้องการเกร็งกำไรเลยขายออกไป คุณจะกล้าขายตามหรือถือหุ้นเช่นเดิมละ ทั้งนี้ทั้งนั้นต่างขึ้นอยู่กับความคิดและสภาพจิตใจของผู้ถือหุ้นเองทั้งหมด

3.แนวทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนอื่นคุณควรจะถามใจตัวเองเสียก่อนว่าต้องการเป็นนักลงทุนประเภทใด เช่นต้องการถือเงินทุนในระยะที่ยาว ไม่ต้องการความเสี่ยงที่มากมาย หรือบางประเภทคาดหวังการเก็งกำไรและการปันผลของหุ้นเป็นต้น

ซึ่งต้องบอกก่อนว่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน และคาดว่าจะช่วยให้เหล่านักลงทุนทั้งหน้าใหม่และรุ่นเก๋าได้ลองตัดสินใจเสียใหม่ รวมถึงเป็นแนวทางอีกด้วย

หากคิดจะเล่นหุ้นจงศึกษาศัพท์ของหุ้นให้ดีเสียก่อน

shareหุ้นในเวลานี้นับว่ามีความนิยมอย่างสูงที่สุดในรูปแบบของการลงทุนอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากการลงทุนเพียงไม่กี่บาทแต่ได้รับผลตอบแทนที่สูง อีกทั้งยังสามารถเล่นหุ้นได้ในทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุอีกด้วย ด้วยเหตุผลนี้หุ้นจึงมีความนิยมอย่างรวดเร็วในยุคเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะการสื่อสารที่สะดวกและล้วนเร็วจึงทำให้การลงทุนมีความน่าสนใจเพราะสามารถจัดการอะไรได้ง่ายขึ้นนั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นหุ้นย่อมมีความเสี่ยงที่ตามมาเสมอถึงแม้ในทุกวันนี้ความเสี่ยงเหล่านั้นจะลดลงด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามา รวมถึงจะมีเหล่าผู้ให้คำแนะนำอย่าง โบรกเกอร์ (Broker) ก็ตามที ดังนั้นเหล่านักลงทุนทั้งหลายควรที่จะเรียนรู้พื้นฐานโดยเฉพาะคำศัพท์ที่ใช้กันในตลาดหุ้นโดยทั่วไปนั้นเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วศัพท์ที่ใช้กันในตลาดหุ้นนั้นมีเยอะแยะมากมายทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำศัพท์ที่ใช้กันอย่างเป็นทางการและแพร่หลายที่สุด มีดังนี้

1.Bid price หรือราคาซื้อขายที่เสนอต่อผู้ซื้อที่ต้องการลงทุน เรียกได้ว่าสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นตัวกำหนดราคาของหุ้นแล้ว ยังกำหนดราคาที่ผู้ขายหรือบริษัทเสนอราคาหลักทรัพย์เป็นนั้นเอง

2.Offer price ราคาที่ผู้ลงทุนอื่นๆ ต้องการจะขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ของตนเอง แก่ผู้ที่มีความประสงค์ต้องการจะลงทุนหรือเป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้นๆ ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ขายเองว่าต้องการจะขายในราคาใด

3.Dividend เงินส่วนแบ่งที่บริษัทจำเป็นต้องจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ซึ่งเป็นที่สิ่งที่ขาดไม่ได้ของผู้ลงทุน เพราะผู้ลงทุนหรือผู้ถือหุ้นต่างๆ คาดหวังในจุดนี้ ที่เรียกว่า “เงินปันผล” หรือ “กำไร”

4.Opening price เป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นเสมือนการกำหนดราคาขั้นต่ำของหุ้นในแต่ละวัน ที่บรรดาบริษัทต่างๆ จำเป็นผู้กำหนดเอง ซึ่งจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกันในแต่ละวัน

5.Commission หรือเรียกกันอย่างง่ายๆ ว่า “ค่าคอม” เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่ผู้ลงทุนทุกคนควรศึกษาให้ดีก่อนซื้อหุ้น เพราะ ค่าคอมเปรียบเสมือนส่วนต่างที่ผู้ลงทุนต้องจ่ายให้กับบริษัทผู้เป็นเจ้าของหุ้น ที่ผู้ลงทุนต้องการเป็นเจ้าของ

นอกจากนี้ยังมีอีกมากมายที่เรายังไม่ได้นำมาเสนอ และคิดว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอต่อการนำไปต่อยอดในการเล่นหุ้นได้ไม่น้อย สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านโชคดีไม่ประมาทและโลภมากในวงการหุ้นนะครับ